แฟรงค์ เจมส์ แลมพาร์ด ตำแหน่งอยู่ไม่นาน ตำนานจะอยู่จะตลอดไป

แฟรงค์ เจมส์ แลมพาร์ด ตำแหน่งอยู่ไม่นาน ตำนานจะอยู่จะตลอดไป

แฟรงค์ เจมส์

แฟรงค์ เจมส์ แลมพาร์ด ตำนานกองกลางดาวซัลโวประจำทีม โดนปลดจากตำแหน่งผู้จัดการทีม “สิงห์โตน้ำเงินคราม” ในคืนวันจันทร์ที่ 25 มกราคม ที่ผ่านมา เชื่อเหลือเกินว่าแฟนเชลซีไม่น้อยคงรู้สึกตกใจ และตั้งตัวไม่ทันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น บ้างก็คงรูสึกว่าทีมทำถูกแล้ว เพราะผลงานของทีมค่อนข้างน่าผิดหวังในช่วงหลัง แต่อีกกลุ่มนึงก็คิดว่า แลมพาร์ด ควรได้โอกาสอยู่คุมทีมต่อ เพราะเชื่อว่าการคุมทีมมันมีทั้งช่วงดีและร้าย

วันนี้เราจะมาย้อนเรื่องราวของ แฟรงค์ แลมพาร์ด ตั้งแต่เริ่มอาชีพนักเตะ แขวนสตั๊ด บทบาทผู้จัดการ จนมาถึงการโดนปลดจาก โรมัน อบรมโมวิช เจ้าของสโมสรเชลซีที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี

แฟรงค์ เจมส์

เขาเกิดวันที่ 20 มิถุนายน 1978 แถวย่าน รอมฟอร์ด กรุงลอนดอน เขาเริ่มต้น ด้วยการเป็นนักเตะเยาวชน ของเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่ ลุงเขย ของเขา แฮร์รี่ เร้ดแนปป์ และ แฟรงค์ แลมพาร์ด (ซีเนียร์) พ่อของเขา ช่วยกันคุมทีมอยู่ อีกทั้งเขายังเป็นลูกพี่ลูกน้อง เจมี เร้ดแนปป์ อดีตนักเตะดังของลิเวอร์พูล เรียกได้เลยว่า ลูกไม้หล่นไม่ใกล้ต้นจริงๆสำหรับบ้านนี้ ปลูกฝังกันมาตั้งแต่รุ่นพ่อ

แน่นอนว่าเส้นการเป็นนักเตะของแลมพาร์ดในช่วงแรก ย่อมถูกกล่าวหาว่า ได้รับโอกาสมากมายนั้นก็เพราะเป็นเด็กเส้น แต่ตัวเขากลับหันหลังให้คำพูดพวกนั้นและตั้งหน้าตั้งตาทำผลงานในสนาม  เพื่อให้ผลงานบนสนาม เป็นคำตอบจากเขามอบให้กับทุกคำดูถูก และ ปรามาส จนในที่สุด ก็สามารถพาตัวไปติดทีมชาติชุดใหญ่ในปี 1999 ด้วยผลงานและทัศนคติที่น่าชื่นชมนี้นี่เอง ทำให้  “สิงห์โตน้ำเงินคราม” เชลซี คว้าไปร่วมทีมในปี 2001 ด้วยค่าตัว 11 ล้านปอนด์

แฟรงค์ เจมส์

หลังจากนั้นเสียงนินทา เย้ยหยัน สบปรามาส ต่างๆนานๆ เริ่มจากหายไปและถูกกลบด้วยความสำเร็จและตำนานบทใหม่ที่เขาเขียนขึ้นให้กับ “สิงห์โตน้ำเงินคราม” เชลซี

ตลอดเวลา 13 ฤดูกาลกับเชลซี แลมพาร์ดฝากผลงานไว้มากมาย พาทีมคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก 3สมัย , เอฟเอคัพ 4สมัย , แชมป์ลีกคัพ 2สมัย , แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยยส์ลีก 1สมัย และ แชมป์ ยูฟ่า ยูโรป้าลีก 1สมัย

แต่อีกผลงานระดับตำนานที่ไม่พูดถึงก็ไม่ได้ เขาสถาปนาตัวเองเป็นดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของเชลซี  จากการลงสนาม 648นัด ยิง211ประตู ทั้งๆที่เขาไม่ใช่กองหน้า ซึ่งนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดขึ้นได้ง่ายๆสำหรับผู้เล่นตำแหน่งกองกลาง

แลมพ

ภายหลังออกจากเชลซี ในปี 2014 เพื่อไปหาประสบการณ์ใหม่ๆใน เมเจอร์ลีกซ้อกเกอร์ สหรัฐอเมริกา กับ นิวยอร์ก ซิตี้ ทีมในเครือของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ แลมพาร์ดก็ทำในสิ่งที่ใครคาดไม่ถึงเมื่อ กลับมาเล่นใน พรีเมียร์ลีคอีกครั้ง แต่เป็นในฐานะ นักเตะของ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ตลอดการยืมตัว 1 ฤดูกาล เขายิงได้ 8 ประตู จากการลงสนาม 36 นัด แถม 1 ในนั้น คือ การทำประตูใส่เชลซีทีมเก่าของเขาด้วย เรียกว่า ทำร้ายจิตใจแฟนเชลซีเหลือเกินเทอรี่

แลมพาร์ดกลับมาเล่นให้ นิวยอร์ก ซิตี้ทันทีหลังหมดสัญญา ยืมตัวกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และประกาศยุติอาชีพนักฟุตบอล เมื่อกุมภาพันธ์ ปี 2017 เช่นเดียวกับผลงานทีมชาติ ถึงแม้จะไม่เปรี้ยงเหมือนกับการเล่นสโมสร แต่ก็ยังฝากผลงานไว้ที่ 29ประตู จาก 106 นัด ก่อนอำลาทีมชาติไปตั้งแต่ปี 2014

เขาเริ่มงานผู้จัดการทีม กับแกะเขาเหล็ก ดาร์บี้ เคาท์ตี้ ในลีกรอง เดอะแชมเปี้ยนชิพ ในปี 2018 โดยทำผลงานจบอันดับที่ 6 และ เกือบพาทีมเลื่อนชั้นมาเล่นในพรีเมียร์ลีกทันทีในปีแรกที่คุมทีม หากไม่พ่ายแพ้ในการเพลย์ออฟนัดชิงชนะเลิศ ต่อแอสตันวิลล่า 1-2  ทำให้พลาดการเลื่อนชั้นสู่ พรีเมียร์ลีกอย่างน่าเสียดาย

ต่อมาเมื่อเชลซี ได้ แยกทางกับ เมาริซิโอ ซาร์รี ทีมเก่าของเขาจึงมาดึงตัวเขาไปร่วมงานในเดือน กรกฎาคม 2019 และได้แต่งตั้ง แฟรงค์ แลมพาร์ด เป็นผู้จักการทีม เขาเริ่มฤดูกาล 2019/20 ด้วยการออกไปเยือนและ พ่าย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4-0 และแพ้ ลิเวอร์พูล ในนัดชิง ยูฟ่า ซุปเปอร์คัพ ด้วยการดวลจุดโทษ ซึ่งฤดูกาลแรกของเขาค่อนข้างทุลักทุเล เนื่องจากเชลซี ถูกแบนจากตลาดซื้อขายนักเตะ ไม่มีการเสริมทัพใดๆให้ทีม แต่เขาก็ยังสามารถพาทีมจบอันดับ 4 ของพรีเมียร์ลีก พ่ายแพ้ในนัดชิง เอฟเอคัพ ต่อ อาร์เซนอล และพาทีมเข้าไปถึงรอบ 16ทีม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ก่อนพ่ายให้ต่อ บาเยิร์น มิวนิก หยุดเส้นทางในบอลยุโรปไว้ที่ตรงนั้น

ฤดูกาลที่สองของเขากับเชลซีเริ่มต้นอย่างคึกคักเพราะเขาได้รับความไว้ใจจากเข้าของทีม โรมัน เป็นอย่างดี เพราะแลมพาร์ดเสริมทัพไปมากเกือบ 200ล้านปอน์ด ไม่ว่าจะเป็น ติโม แวร์เนอร์ , เบน ชิลเวลล์ , ฮาคิม ซีเย็ค , ไค ฮาแวิร์ตซ์ และ เอดูอาร์ด เมนดี้ จนพาเชลซีบินสูงไปถึงตำแหน่งจ่าฝูงในต้นเดือนธันวาคม

แต่ทว่าหลังจากนั้น ใน 8 นัดหลังสุดของพรีเมียร์ลีก เชลซีเก็บชัยชนะได้เพียง 2นัด แพ้ 5 และเสมอ 1นัด อันดับในตารางรูดไปถึงที่ 9 ทำให้ สโมสรประกาศแยกทางกับเขาในที่สุด เรียกว่า เป็นการปลดที่ตัวเจ้าของสโมสรเองอย่างโรมัน แฟนบอล และทุกคนในทีมชีมเชลซีค่อนข้างลำบากใจเลยทีเดียว โดยตัวแลมพาร์ดเอง ก็ได้ออกมาพูดถึงเชลซีและขอบคุณทุกคนผ่านทางอินสตราแกรมส่วนตัวของเขา อ่านที่นี่

แม้ตัวจะจากไป แต่แลมพาร์ดได้หว่านเมล็ดผลให้ความสำเร็จไว้แล้ว เหลือรอแค่วันเติบใหญ่ นั้นคือการที่เขาให้โอกาสนักเตะจากอคาเดมี่ของสโมสรที่ได้ก้าวเข้ามาสู่ทีมชุดใหญ่ อาทิ เช่น เมสัน เมาท์, แทมมี่ อับราฮัม รีซ เจมส์  บิลลี่ กิลมัวร์ และ คอลั่ม ฮัดสัน โอดอย

ทั้งหมดนี้ คือ ตำนานที่ถูกเขียนขึ้นมาโดย ชายที่ชื่อว่า แฟรงค์ แลมพาร์ด “ตำแหน่งอาจจะอยู่ไม่นาน แต่ตำนานจะอยู่ตลอดไป”

ขอบคุณข้อมูลจาก :: pptvhd36

ขอบคุณภาพสวยๆจาก :: B/R Football and Google

อ่านคอลัมน์เพิ่มเติม :: ดูบอลรวย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *