ครึ่งหลัง ฟอร์มเทพ เจาะ 5 ประเด็น ลิเวอร์พูลดับซ่าเซาธ์แฮมป์ตัน

ครึ่งหลัง ฟอร์มเทพ เจาะ 5 ประเด็น ลิเวอร์พูลดับซ่าเซาธ์แฮมป์ตัน

ครึ่งหลังฟอร์มเทพ!เจาะ 5 ประเด็น ลิเวอร์พูลดับซ่าเซาธ์แฮมป์ตัน

ครึ่งหลัง ฟอร์มเทพ เจาะ 5 ประเด็น ลิเวอร์พูลดับซ่าเซาธ์แฮมป์ตัน ลิเวอร์พูล ยังคงเล่นได้อย่างดุดันในแอนฟิลด์ เมื่อพวกเขาจัดการไล่ต้อน เซาธ์แฮมป์ตัน 4-0 เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทำให้ตอนนี้พวกเขาโยนความกดดันใส่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ต้องลงแข่งกับ สเปอร์ส วันอาทิตย์ และห้ามพลาดเด็ดขาด

ในครึ่งแรก “หงส์แดง” อาจจะเล่นไม่ค่อยดีนักโดยเฉพาะในแผงเกมรับเพราะ โจ โกเมซ เล่นพลาดหลายครั้ง แต่ดีที่ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ กับ อลีสซง เบ็คเกอร์ ช่วยให้ทีมไม่เสียประตู ส่วนในเกมรุกก็ขาดความเฉียบคมไปบ้าง แต่ในครึ่งหลัง เจอร์เก้น คล็อปป์ ติวเข้มมาเป็นอย่างดี ก็เลยจัดหนักจัดเต็ม จน “นักบุญ” หาทางกลับ “เซนต์ แมรี่ส์” แทบไม่ถูก

แน่นอนว่าเกมนี้ผู้เล่นทุกคนของ “เดอะ เร้ดส์” โชว์ฟอร์มได้ดี แต่ที่โดดเด่นคงหนีไม่พ้น อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ส่วน ทาคูมิ มินามิโนะ ที่ได้โอกาสลงเล่น 10 นาทีสุดท้าย เกือบยิงประตูแรกในสีเสื้อ “หงส์แดง” แต่ดันซัดออกไปอย่างน่าเสียดาย

1. โกเมซ ต้องปรับปรุง

ช่วง 9 เกมหลังสุดในพรีเมียร์ลีกที่ โจ โกเมซ กับ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ได้ลงเล่นเป็นเซนเตอร์แบ็กคู่กัน ผลงานภาพรวมต้องบอกว่าเพอร์เฟกต์สุดๆ เพราะเสียประตูให้กับคู่แข่งแค่ 1 ประตูเท่านั้นในแมตช์เฉือน วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ นั่นทำให้ดูเหมือนทั้งสองคนทำหน้าที่เป็นกำแพงเหล็กให้กับทีม

แต่จริงๆ แล้วหากมองในรายละเอียดมีหลายเกมที่ โกเมซ มักจะเล่นพลาดแต่ไม่โดนลงโทษ ด้วยอาจเป็นเพราะ ฟาน ไดค์ เข้ามาประคองได้ทัน หรือไม่ก็ อลีสซง เบ็คเกอร์ ป้องกันเอาไว้ได้ ซึ่งนั่นเป็นจุดที่หลายคนมองข้าม เนื่องจาก “หงส์แดง” เก็บชัยชนะได้เรียบวุธ

ครึ่งหลังฟอร์มเทพ!เจาะ 5 ประเด็น ลิเวอร์พูลดับซ่าเซาธ์แฮมป์ตัน

ในแมตช์รับมือ เซาธ์แฮมป์ตัน ช่วงครึ่งแรกเห็นได้ชัดเจนว่า โกเมซ เล่นพลาดเยอะมาก แต่โชคดีที่ทั้ง แดนนี่ อิงส์ กับ เชน ลอง ขาดความเฉียบคม ขณะเดียวกัน อลีสซง ก็ยืนตำแหน่งดีทำให้ป้องกันเอาไว้ใน อย่างไรก็ตาม ครึ่งหลัง ดาวเตะเลือดผู้ดี ทำผลงานได้เยี่ยมขึ้น อาจเป็นไปได้ว่าโดน คล็อปป์ ติวเข้มในห้องแต่งตัว

ต้องยอมรับว่า โกเมซ ผลงานเปลี่ยนไปในช่วง 45 นาทีหลัง และแสดงให้เห็นถึงการเล่นที่แข็งแกร่ง เข้าขากับ ฟาน ไดค์ แต่ก็มีจังหวะหนึ่งที่น่าจะโดน คล็อปป์ ด่าหลังจบเกม ในเรื่องการสื่อสารกับ อลีสซง ที่ออกมานอกเส้น แต่ดันกั๊กกันกับ โกเมซ เดชะบุญที่โกลชาวบราซิเลียน มีไหวพริบดีเตะทิ้งได้ทันไม่งั้นคงเสียประตูแบบไม่น่าเสีย

ส่วน ฟาน ไดค์ ยังคงรักษามาตรฐานการเล่นที่แข็งแกร่งจริงๆ เหนียวแน่น แถมครึ่งแรกเกือบยิงประตูได้ ส่วนครึ่งหลัง ดาวเตะเลือดดัตช์ แสดงให้เห็นแล้วว่าเขานิ่ง และอ่านเกมได้เด็ดขาด โดยเฉพาะในการดวลตัวต่อตัว หากไม่เหลือชั้นจริงๆ ยากมากที่จะผ่าน ภูผาหินดัตช์ ไปได้

2. ฟีร์มีโน่-ซาลาห์ ไม่ทำให้ผิดหวัง

ต้องยอมรับเลยการขาดหายไปของ ซาดิโอ มาเน่ ส่งผลกระทบต่อเกมรุกของ ลิเวอร์พูล ไม่มากนัก เนื่องจาก โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ กับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ยังคงทำหน้าที่ของพวกเขาได้ดีเหมือนเดิม โดยเฉพาะในเรื่องจังหวะการทำประตู ไม่เคยทำให้สาวก “เดอะ ค็อป” ต้องผิดหวัง

ฟอร์มการเล่นของ ซาลาห์ และ ฟีร์มีโน่ ในครึ่งแรกอาจจะเล่นไม่ค่อยออก แต่ครึ่งหลังทั้งสองคนโชว์เห็นถึงความสุดยอดเกินจะบรรยาย โดย “คิง ออฟ อียิปต์” กับ จอมทัพบราซิเลียน เล่นกันได้อย่างเข้าขา พยายามช่วยกันทำงานหนัก และใช้ประโยชน์จากพื้นที่ว่างของคู่แข่งได้สุดยอด ที่สำคัญที่สุดก็คือสายตาอันเฉียบคมในการผ่านบอลให้เพื่อนร่วมทีมเพื่อสร้างโอกาสในการยิงประตู

ครึ่งหลังฟอร์มเทพ!เจาะ 5 ประเด็น ลิเวอร์พูลดับซ่าเซาธ์แฮมป์ตัน

“บ็อบบี้” อาจจะมีสถิติไม่ดีนักในการซัดประตูคู่แข่งที่แอนฟิลด์ แต่สำหรับ “บังโม” รายนี้ยิงเป็นว่าเล่น โดยเกมนี้ซัดไป 2 ประตูทำให้เขาตะบันไปแล้ว 15 ลูกจาก 15 เกมลีกหลังสุดที่สนามเหย้าสโมสร แถมเจ้าตัวยังแสดงให้เห็นถึงความมีน้ำใจในการส่งบอลให้ ทาคูมิ มินามิโนะ ยิงประตูจ่อๆ แต่น่าเสียดายที่ ดาวเตะซามูไร ดันไปกั๊กกับ นาบี เกอิต้า ทำให้ยิงออกไป ไม่งั้นคงได้เฮไปแล้ว

พูดถึงการยิงประตูของ ซาลาห์ เกมนี้เจ้าตัวมีโอกาสซัดไป 4 ครั้ง (ได้ 2 ประตู) และสร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีม 3 ครั้ง (ไม่ได้ประตู) ขณะที่ ฟีร์มีโน่ ซัดไป 3 ครั้ง และสร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีม 4 ครั้งโดยมี 3 ครั้งที่ได้ประตูจาก อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และ “บัง โม”

งานนี้ต่อให้ ฟีร์มีโน่ ไม่สามารถส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่ายได้ แต่ฟอร์มโดยรวมที่เล่นเพื่อทีม และพร้อมส่งบอลให้เพื่อนทำประตู งานนี้ได้ใจสาวก “หงส์แดง” ไปเต็มกระบุง
 3. “หนุ่มอ็อกซ์” ยิ่งเล่นยิ่งดี

หลังจากที่หลายๆ เกม อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ได้รับหน้าที่ให้ประจำการในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลาง และสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในเรื่องการเล่นที่ทุ่มเท พยายามแย่งบอลกลับมาจากคู่แข่ง และช่วยให้ทีมสามารถครองเกมในแดนกลาง แต่น่าเสียดายที่เจ้าตัวขาดจังหวะการจบสกอร์ที่เฉียบคมเท่านั้น

อย่างไรก็ตามในเกมนี้ คล็อปป์ ตัดสินใจส่ง กองกลางทีมชาติอังกฤษ ลงสนามในตำแหน่งตัวรุกริมเส้นฝั่งซ้าย แทนที่ มาเน่ และ ดิว็อค โอริก้า ที่มีปัญหาบาดเจ็บทั้งคู่ และงานนี้ “หนุ่มอ็อกซ์” ไม่ทำให้เจ้านายผิดหวังเมื่อเล่นได้โดดเด่นตั้งแต่ช่วง 45 นาทีแรก มีโอกาสได้ใช้ความเร็ว และการเคลื่อนที่ที่ฉลาดหลักแหลม ทะลุทะลวงแนวรับ “เดอะ เซนต์ส” ได้ตลอด

ครึ่งหลังฟอร์มเทพ!เจาะ 5 ประเด็น ลิเวอร์พูลดับซ่าเซาธ์แฮมป์ตัน

ยิ่งครึ่งหลัง อดีตดาวเตะ อาร์เซน่อล และ เซาธ์แฮมป์ตัน โชว์ฟอร์มสุดยอดมากขึ้น โดยเฉพาะจังหวะการเล่นสวนกลับของทีม เจ้าตัววิ่งทำทางได้ดี ก่อนจะได้บอลจาก ฟีร์มีโน่ และโชว์สเต็ปลากจากซ้ายตัดเข้ากลางก่อนจะซัดเรียดช่วยให้ทีมปลดล็อกได้ประตูขึ้นนำ

ขณะเดียวกัน “หนุ่มอ็อกซ์” ยังสามารถปั่นป่วนเกมของ เซาธ์แฮมป์ตัน ได้อย่างต่อเนื่อง โดยทีเด็ดของเขาก็คือการเลี้ยงบอล ซึ่งทำให้คู่แข่งต้องตัดฟาวล์หลายต่อหลายครั้ง งานนี้ คล็อปป์ คงยิ้มไม่หุบ เพราะการเห็น แชมเบอร์เลน เล่นได้ขนาดนี้ ยิ่งทำให้ทีมมีทางเลือกในการเล่นเกมรุกได้หลากหลายมากขึ้น

 4. เฮนโด้ โคตรกัปตันทีม

ตอนนี้ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน คือกัปตันทีมในดวงใจของแฟนบอลลิเวอร์พูล ไปแล้ว เพราะนักเตะทำผลงานได้ดีต่อเนื่อง และเป็นตัวขับเคลื่อนในแดนกลางของทีม เพราะ “เฮนโด้” แสดงให้เห็นถึงการเล่นที่ทุ่มเท และวิ่งไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อทีม

เกมนี้ เฮนเดอร์สัน ทำผลงานคุมพื้นที่แดนกลางให้ “หงส์แดง” ได้อย่างดีเยี่ยม กดดันไม่ให้มิดฟิลด์เซาธ์แฮมป์ตัน ได้เล่นได้สะดวก ขณะเดียวกันก็จะวิ่งขึ้นไปทำเกมบุก นอกจากนี้เจ้าตัวยังมีความเป็นผู้นำสูงมากในการกระตุ้นเพื่อนร่วมทีมให้ตื่นตัวตลอดเวลา

ครึ่งหลังฟอร์มเทพ!เจาะ 5 ประเด็น ลิเวอร์พูลดับซ่าเซาธ์แฮมป์ตัน

นอกจากนี้ เฮนเดอร์สัน ยังพยายามที่จะวิ่งหาพื้นที่เพื่อทำประตู โดยในจังหวะที่ประสานงานกับ ฟีร์มีโน่ แสดงให้เห็นถึงความยอดเยี่ยมของเขาในการหาพื้นที่ว่าง และความเด็ดขาดในการส่งบอลเข้าซุกก้นตาข่าย ยังไม่หมดแค่นั้นเพราะ กัปตันเฮนโด้ ยังโชว์ทีเด็ดในการแอสซิสต์สุดคมกริบให้ ซาลาห์ ยิงประตูด้วย

ฉะนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจว่าบรรดาแฟนบอล “เดอะ เร้ดส์” ตะโกนเสียงดังสนั่นลั่นสนามเรียกชื่อ เฮนเดอร์สัน และนี่เป็นเครื่องรับประกันได้แล้วว่า “เฮนโด้” ทำผลงานได้สุดยอดมากแค่ไหน และตอนนี้เขากลายเป็นนักเตะขวัญใจของสาวก “เดอะ ค็อป” ทั่วโลกไปเรียบร้อยแล้ว

5. ทิ้งห่าง 22 คะแนน  

สำหรับตอนนี้ ลิเวอร์พูล โกยแต้มทิ้งห่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปไกลสุดกู่ 22 คะแนนแล้ว และนั่งเป็นการโยนความกดดันใส่ “เรือใบสีฟ้า” ที่ต้องไปเยือน ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ในวันอาทิตย์ ซึ่งพวกเขาจำเป็นต้องเอาชนะให้ได้ เพื่อลดช่องว่างให้เหลือเท่าเดิม

นอกจากนี้ แอนฟิลด์ กลายเป็นสนามที่สะกดคำว่าแพ้ และเสมอไม่เป็นในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ และยังคงสร้างสถิติไร้ 20 เกมลีกหลังสุดในบ้านตัวเอง ซึ่งมีแค่ทีมเดียวเท่านั้นในหน้าประวัติศาสตร์เกมลีกสูงสุดเมืองผู้ดี ที่คว้าชัยชนะในถิ่นตัวเองนานที่สุด นั่นก็คือ “หงส์แดง” ในยุค บิลล์ แชงค์ลี่ย์ ช่วงระหว่างเดือนมกราคม-ธันวาคม 1972

ครึ่งหลังฟอร์มเทพ!เจาะ 5 ประเด็น ลิเวอร์พูลดับซ่าเซาธ์แฮมป์ตัน

แถมยังยืดสถิติไร้พ่ายเกมลีกในบ้านเป็นนัดที่ 53 เข้าไปแล้ว ทำให้ตอนนี้ แอนฟิลด์ กลายเป็นสนามที่คู่แข่งต้องหวาดหวั่นในการบุกมาเยือน เพราะ ลิเวอร์พูล แข็งแกร่งมากๆ เมื่อได้เล่นต่อหน้าแฟนบอลที่พร้อมส่งเสียงกึกก้องคอยหนุนหลังเปรียบดั่งเป็นผู้เล่นคนที่ 12

ตอนนี้โปรแกรมของ “เดอะ เร้ดส์” เหลือเพียง 13 แมตช์ และขอชัยชนะเพียง 7 เกมก็เพียงพอให้พวกเขาผงาดคว้าแชมป์ลีกสูงสุดสมัยแรกในรอบ 3 ทศวรรษ แต่งานนี้แฟนบอลลิเวอร์พูล อาจจะหวังมากไปกว่านั้นก็คือการคว้าแชมป์แบบไร้พ่าย รวมไปถึงการทำแต้มทะลุ 100 คะแนน ซึ่งอาจจะยาก แต่ในเวลานี้ทุกอย่างเป็นไปได้

ขอบคุณและติดตามข่าวได้ทาง  ไฮไลบอลเมื่อคืน

ติดตามข่าวดาราก่อนใคร คลิก ข่าวดาราวันนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ดูบอลออนไลน์ ดูบอลสด ต้องดูบอลรวย อัพเดทสดใหม่ทุกวัน พร้อมทั้งมีvไฮไลท์บอล โปรแกรมบอล ผลบอล ราคาบอล หรือ ข่าวสารกีฬา และ ข่าวดังข่าวกระแสอีกมากมาย

ให้ทุกท่านได้รับชม ดูบอลออนไลน์ ดูบอลสด ข่าวดัง ไฮไลท์บอล ผลบอลสด ทีเด็ดบอล ข่าวบอลไทย ข่าวบอลต่างประเทศ และอ่านเพื่อความบันเทิงอย่างอย่างจุใจ

ufabet

พริตตี้สวย